RSS คืออะไร

posted on 13 Aug 2008 21:36 by aeaee  in Article

บอกไว้ ก่อน เอนทรี นี้ มีสาระเต็ม ๆ

เห็น RSS มันมีมาตั้งนานแระ
ใบ exteen ก็มี เลยเอาความหมายของ RSS มาให้อ่านกัน
เผื่อบางคนยังไม่รู้จัก

ที่มา : http://www.guru-ict.com
(เรื่องมีสาระ ไม่เคยเขียนเป็นหรอก 55+)

----------------------

Really Simple Syndication (RSS)
เขียนโดย พ.ท.รศ.ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
เสาร์, 20 ตุลาคม 2007

น.ส. นงพัฒน์ เจริญศิริพันธ์ และ พ.ท.รศ.ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
บทคัดย่อ

 

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารมีเยอะแยะมากมายอย่างเช่นทุกวันนี้ การนั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์ตอนเช้าอาจทำให้คุณต้องเสียเวลาและพลาดโอกาส ดีๆไป ดังนั้นอินเตอร์เน็ตคือเส้นทางที่สะดวกและรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูลเหล่า นั้น แต่การที่จะต้องเข้าทุกเว็บไซต์ที่มีข้อมูลที่ต้องการก็เรื่องที่เสียเวลา มาก และอาจทำให้เราพลาดข้อมูลจากบางแหล่งที่เราหลงลืมเข้าไปเช็คได้ ดังนั้นจึงเกิดบริการที่เรียกว่า RSS Feed หรือ Really Simple Syndication ขึ้น โดย RSS ซอฟต์แวร์นี้จะดึงข้อมูลที่เป็นหัวข้อข่าวต่างๆ ในเว็บเพจซึ่งสร้างด้วยภาษา XML มาแสดงในตัวซอฟต์แวร์ ดังนั้นเราสามารถเปิดซอฟต์แวร์ขึ้นมาแล้วดูที่หัวข้อข่าวได้ทันทีว่ามีอะไร ใหม่หรือไม่ โดยไม่ต้องเสียเวลาเข้าไปตรวจสอบตามเว็บไซต์ต่างๆ และสามารถเลือกประเภทข่าวได้ตามความต้องการ

1. บทนำ
ในช่วงแรกก่อนที่ RSS จะถือกำเนิดขึ้นมา นักพัฒนาโปรแกรมต่างแข่งกันพัฒนาโครงสร้างของไฟล์แบบต่างๆ เพื่ออธิบายถึงเนื้อหาที่อยู่ภายในให้เป็นมาตรฐาน ในช่วงปลายปี 1996 มีการสร้าง Meta Content Framework (MCF) ขึ้น ซึ่งเป็นโครงสร้างเพื่ออธิบายรายละเอียดของเอกสาร พัฒนาโดยบริษัทแอปเปิ้ลในโปรเจคที่ชื่อว่า Sauce/X Project และในปีถัดมา Business Week (นิตยสารรายสัปดาห์ที่มีหัวข้อเกี่ยวกับธุรกิจเทคโนโลยีของอเมริกา) ก็เปิดตัว “push hype” ซึ่งนับได้ว่าเป็นการเริ่มต้นประวัติศาสตร์ของการนำเสนอข่าว และมีบริษัทเริ่มนำไปใช้งาน เช่น Marimba, PointCast และ DataChannel แต่ก็ยังไม่ได้รับความนิยม หลังจากนั้นในเดือนมีนาคมปี 1997 บริษัทไมโครซอฟท์ก็ออกโครงสร้างข้อมูลแบบใหม่ที่ชื่อว่า Channel Definition Format (CDF) ไปให้องค์กร W3C ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลมาตรฐานการพัฒนาเว็บไซต์ เพื่อกำหนดเป็นมาตรฐาน และได้นำเทคโนโลยีนี้รวมเข้าไปกับเว็บบราวเซอร์ Internet Explorer 4 ของไมโครซอฟท์ แล้วตั้งชื่อว่า Active Channels โดยลักษณะโครงสร้างของ CDF นี้เป็นการใช้ภาษา XML และในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ทีมงานพัฒนา Netscape ซึ่งเป็นบราวเซอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในสมัยนั้น ก็พัฒนาภาษา MCF ส่งไปให้ทาง W3C กำหนดเป็นมาตรฐานเช่นเดียวกัน จึงทำให้ทาง W3C ต้องสร้างภาษากลางขึ้นมาใช้ชื่อว่า Resource Description Framework (RDF) ในเดือนตุลาคมปี 1997 และภาษา RDF นี้ก็กลายเป็นต้นตระกูลของภาษา RSS ในปัจจุบัน [3]

2. ยุคของ RSS
Netscape เป็นผู้ให้กำเนิด RSS เวอร์ชันแรกคือเวอร์ชัน 0.9 ในช่วงกลางปี 1999 หลังจาก W3C ประกาศภาษา RDF เป็นภาษากลางประมาณปีกว่าๆ เวอร์ชันนี้ยังไม่ได้ถูกนำไปใช้งานจริง ใช้เพียงเพื่อทดสอบการใช้งานเท่านั้น หลังจากนั้น Netscape ได้พัฒนาต่อไปเป็นเวอร์ชัน 0.91 ซึ่งก็เป็นช่วงเดียวกันกับที่ Dave Winer นักพัฒนาซอฟต์แวร์ของ Userland พัฒนาและออกเวอร์ชัน 0.91 เช่นเดียวกัน สิ่งนี้ทำให้เกิดความสับสนต่อผู้ใช้ เพราะว่าเวอร์ชันที่ทาง Netscape และ Dave Winer พัฒนาขึ้นมานั้นมีชื่อเหมือนกันแต่กลับมีวิธีใช้งานที่ต่างกัน สุดท้ายทีมงาน Netscape จึงตัดสินใจเลิกพัฒนา RSS ต่อไป [3]

หลังจากนั้น Rael Dornfest จากสำนักพิมพ์ O’Reily ได้นำ RSS มาพัฒนาต่อเป็นเวอร์ชัน 1.0 โดยในครั้งนี้ภาษา RSS เป็นไปตามมาตรฐาน RDF แต่ก็ยังคงสร้างความสับสนให้ผู้ใช้อยู่ เพราะลักษณะการใช้งานแตกต่างจากเวอร์ชันก่อนมากๆ ดังนั้นทาง Userland จึงได้พัฒนาและออกเวอร์ชัน 2.0 เพื่อแก้ไขความสับสนของผู้ใช้ ซึ่งมีลักษณะการใช้งานใกล้เคียงกับเวอร์ชัน 0.9 และ 0.91 และแล้ว RSS 2.0 จึงเป็นเวอร์ชันที่ได้รับการยอมรับ และเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน [3]

3. RSS คืออะไร
RSS หรือ Really Simple Syndication คือข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบภาษา XML เราเรียกรูปแบบในลักษณะนี้ว่า RSS Feed, WebFeed, RSS Stream หรือ RSS Channel ซึ่งใช้ในการกระจายข่าวทางเว็บไซต์ (web syndication) และเว็บล็อก [4] โดยดึงข่าวจากเว็บต่างๆ มาแสดงบนหน้าเว็บเพจ ซึ่งจะนำมาเฉพาะหัวข้อข่าว เมื่อผู้ใช้คลิกลิงค์ก็จะแสดงรายละเอียดข่าวในเว็บต้นทางนั้นๆ โดยหัวข้อข่าวจะอัพเดตตามเว็บต้นทาง มีหลักการคล้ายกับการรับอีเมล์นั่นเอง โดยการดึงหัวข้อข่าวไปแสดงนี้จะมีส่วนประกอบทั้งหมดสามส่วน คือส่วนผู้ให้บริการดึงข่าว ส่วนผู้สร้างเว็บไซต์ใช้ทั่วไปที่ต้องการดึงข่าวไปแสดง และส่วนผู้ใช้บริการทั่วไป [7] และอีกวิธีหนึ่งคือการใช้เพื่ออ่านข่าวโดยตรง โดยการติดตั้งโปรแกรม RSS Readers เพื่อดึงข้อมูลข่าวในรูปแบบ RSS Feeds มาแสดงในโปรแกรม ซึ่งจะมีการเตือนเมื่อมีข้อความใหม่เข้ามา เราก็สามารถคลิกเข้าไปในหัวข้อที่เราสนใจได้ทันที ทำให้เราไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น

จุดเด่นของ RSS คือผู้ใช้จะไม่จำเป็นต้องเข้าไปตามเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อดูว่ามีข้อมูลอัพเดตใหม่หรือไม่ ขณะที่เว็บไซต์แต่ละแห่งอาจมีระยะความถี่ในการอัพเดตไม่เท่ากัน หรือบางครั้งผู้ใช้ยังอาจเข้าไปดูเนื้อหาที่อัพเดตใหม่ได้ไม่ครบถ้วน RSS จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถรับข่าวสารอัพเดตใหม่ได้โดยไม่ต้องเข้าไปดูในเว็บไซต์ ทุกครั้งให้เสียเวลา ได้ประโยชน์ทั้งฝ่ายผู้บริโภคและฝ่ายเจ้าของเว็บไซต์เอง [7] และสำหรับผู้สร้างเว็บไซต์ที่ไม่มีทีมข่าวเป็นของตัวเอง ก็ไม่ต้องเสียเวลาอัพเดตข่าว ซึ่งต้องทำทุกครั้งเมื่อต้องการเพิ่มข่าว โดย RSS จะดึงข่าวมาให้อัตโนมัติ ทำให้ข้อมูลในเว็บไซต์อัพเดตเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และทำให้เว็บไซต์เป็นศูนย์กลางของข้อมูลข่าวสารมากขึ้นด้วย [6]

ในกลางปี พ.ศ. 2543 การใช้งาน RSS ได้แพร่หลายไปสู่สำนักข่าวต่างๆ ทั้ง Reuters, CNN และ BBC ซึ่งได้ยินยอมให้เว็บไซต์ทั่วไปสามารถดึงหัวข้อข่าวไปใส่ในเว็บไซต์ของตนได้ นอกจากนี้ RSS ยังถูกใช้ในจุดประสงค์อื่นๆ อีกด้วย เช่น ด้านการตลาด การรายงานข้อผิดพลาด หรือการอัพเดตงานต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ [4]

ในปัจจุบัน RSS เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในเว็บไซต์ต่างประเทศ เช่น Google, Yahoo!, CNet และเว็บไซต์ขององค์กรต่างๆ อีกมากมายเกือบทุกองค์กร หรือหน่วยงานที่ต้องมีการประชาสัมพันธ์ข่าวจะมี RSS เพื่อบริการแล้วทั้งสิ้น [8] เช่นในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ใช้ RSS ในการส่งข่าวสารและข้อมูลใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นไปยังผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ทั้งราคาตั๋วเครื่องบิน ราคาทัวร์ ที่สามารถมอบให้ลูกค้าได้จนวินาทีสุดท้าย โดยที่ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาเปิดอีเมล์หรือเช็คจากหน้าเว็บไซต์ ซึ่งเว็บไซต์ที่ให้บริการ RSS จะมีสัญลักษณ์ หรือ แสดงอยู่ [2]

4. XML คืออะไร
XML ย่อมาจาก Extensible Markup Language เป็นรูปแบบภาษาที่ใช้สื่อสารระหว่างเว็บไซต์ เป็นภาษากำหนดประเภทข้อมูล แตกต่างจากภาษา HTML ซึ่งเป็นภาษากำหนดสีสัน ลักษณะตัวอักษร และภาพต่างๆ ส่วน RSS นั้นเป็นรูปแบบย่อยอย่างหนึ่งของ XML ซึ่งปัจจุบันถูกใช้มากในการส่งเนื้อหาที่มีลักษณะเป็นข่าว เว็บบอร์ด หรือบล็อก โดยมีโครงสร้างค่อนข้างเป็นมาตรฐาน คือมีพาดหัวข้อหลัก วันที่และเวลา รวมทั้งเนื้อหาคร่าวๆเพื่อลิงค์ไปยังรายละเอียด [9]

ภาษา XML ได้กลายเป็นภาษามาตรฐานในการแลกเปลี่ยนข้อมูลในอินเทอร์เน็ต เนื่องจากมีความสามารถในการอธิบายความหมายของข้อมูล และมีความยืดหยุ่นในการใช้งาน โดย XML เป็นข้อความตัวอักษร (text) ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มใด หรือมีระบบในการใช้งานแบบใด ก็สามารถอ่านข้อความตัวอักษรนี้ได้ นอกจากนี้เราสามารถเขียนโปรแกรมให้ทำการอ่าน เขียน และแก้ไขเอกสาร XML ได้อีกด้วย ซึ่งทำให้การส่งข้อมูลต่างๆ เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว [1]

ตัวอย่างเช่น หากเว็บของสำนักข่าว Reuters มีบริการ RSS Feeds เว็บหนังสือพิมพ์ต่างๆ ก็สามารถนำเอาเนื้อหาข่าวจาก reuters.com มาประกอบเป็นส่วนหนึ่งในเนื้อหาได้ โดยที่หากมีการเปลี่ยนแปลงที่ reuters.com เนื้อหาในเว็บหนังสือพิมพ์แห่งนั้นก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยทันที

หรืออีกตัวอย่างหนึ่งคือ Amazon.com สมมติว่าคุณมีธุรกิจผลิตสินค้า และมีเว็บไซต์ร้านค้า 5 รายที่เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของคุณ หากคุณทำข้อมูลสินค้าไว้เป็น RSS แล้ว พนักงานของร้านค้า 5 รายนั้นจะไม่ต้องคอยเช็คราคาและโปรโมชั่นใหม่ๆ เพื่อไปแก้ข้อมูลในเว็บไซต์ของตัวเอง เพราะเพียงแค่คุณแก้ไขข้อมูล RSS ในเว็บไซต์ของคุณ ข้อมูลในเว็บไซต์ทั้ง 5 รายนั้นก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ [9]

5. วิธีใช้งาน
ใช้บริการจากเว็บไซต์ประเภท Web News Reader ซึ่งเว็บไซต์ประเภทนี้จะให้บริการเกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์ส่วนบุคคล โดยมีส่วนที่ให้เราสามารถเพิ่มข่าว RSS Feed ต่างๆ ที่เราต้องการเข้าไปได้ เช่น My MSN Space, Bloglines, My Yahoo! เป็นต้น โดยการนำ Link ของหัวข้อข่าวที่เราสนใจไปติดที่เว็บไซต์ได้ทันที [5]

ใช้เป็นโปรแกรมในการอ่านข่าวโดยตรง คือ RSS/News Aggregators หรือเรียกสั้นๆ ว่า RSS Readers เป็นโปรแกรมที่สามารถอ่านและดึงข้อมูลข่าวในรูปแบบ RSS Feeds ซึ่งกรณีนี้จำเป็นที่จะต้องติดตั้งโปรแกรมเพื่อใช้งานก่อน โปรแกรมที่นิยมใช้คือ RSS Reader, Sharp Reader, RSS Bandit เป็นต้น ซึ่งเมื่อมีข้อความใหม่เข้ามา จะมีการเตือนเป็นสัญลักษณ์เล็กๆ บน system tray เราก็สามารถคลิกเข้าไปในหัวข้อที่เราสนใจได้ทันที [5]

การใช้บริการผ่านมือถือก็จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมเพื่อใช้อ่านเหมือนกับการใช้บริการบนคอมพิวเตอร์ทั่วไป [8]

6.การสร้างรายได้จาก RSS
โดยนำคุณสมบัติของ Feed Reader มาใช้ให้เป็นประโยชน์กับการทำตลาดออนไลน์ โดยใช้ RSS เข้ามาช่วยป้อนข้อมูลทางการตลาดเข้าไป เป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำตลาดออนไลน์ให้สะดวกสบาย และยังสร้างผลตอบรับจากลูกค้าให้ดีขึ้นได้ด้วย โดยนำ RSS มาใช้แทนการทำตลาดด้วยอีเมล์ที่กำลังนิยมอยู่ในปัจจุบัน สร้างข้อได้เปรียบจาก Feed Reader ด้วยการป้อนข้อมูลใหม่เข้าไปอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะเป็นการเพิ่ม Traffic ให้กับ Blog หรือหน้าเว็บไซต์ของคุณไปในตัว หรือจะสร้าง Feed Reader ของตัวเองขึ้นมาบนหน้าเว็บไซต์ ซึ่งจะทำให้คุณได้รับข้อมูลจากเว็บไซต์อื่นๆ Blog อื่นๆ ที่มีอยู่มากมายได้อย่างรวดเร็ว

แม้ว่านักการตลาดส่วนใหญ่จะยังยืนยันว่า การทำตลาดด้วยอีเมล์จะยังไม่ตาย แต่การที่มีจำนวนสแปมเพิ่มขึ้น ก็ทำให้โอกาสการทำตลาดด้วยอีเมล์ประสบความสำเร็จได้น้อยลง มีโอกาสที่อีเมล์นั้นจะถูกบล็อกได้มากขึ้น และที่ลบทิ้งไปโดยที่ไม่เปิดอ่านก็มีอยู่มากมาย ดังนั้นถึงแม้คุณมีข้อมูลรายชื่ออีเมล์อยู่มหาศาล แต่กลับกลายเป็นว่ามีคนเปิดอีเมล์ของคุณอ่านเพียงน้อยนิดเท่านั้น RSS จึงเข้ามาช่วยในส่วนนี้ ข้อความที่ส่งด้วย RSS จะไม่ถูกป้องกัน ดังนั้นจึงมีโอกาสสูงกว่าที่จะมีคนเปิดอ่านข้อความนั้นๆ และผู้รับยังรู้สึกปลอดภัยมากกว่า เพราะไม่ต้องระวังไวรัสหรือสแปมเหมือนที่มากับอีเมล์ ซึ่งทำให้ผลลัพธ์ของการทำการตลาดดีขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ การที่ใช้ Feed Reader บนเว็บไซต์ หรือ Blog ของตัวเอง ยังทำให้ได้รับคอนเท็นต์ที่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณสนใจได้อย่างเต็ม ที่ ซึ่งนั่นจะทำให้เว็บไซต์ หรือ Blog ของคุณได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะได้กลายเป็นศูนย์กลางของข้อมูลเฉพาะทาง หรือกลายเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่ใครๆ ต่างก็นึกถึงเป็นแห่งแรก โดยคุณสามารถใช้ Search Engine เป็นตัวค้นหาเว็บไซต์ที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของคุณ และมีการใช้ RSS เช่นเดียวกัน ซึ่งนั่นจะทำให้คุณดึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างความเคลื่อนไหวให้กับเว็บไซต์ของตัวเอง เมื่อมีการอัพเดตข้อมูลอยู่เสมอๆ ก็จะทำให้เว็บไซต์ของคุณนั้นขึ้นไปอยู่ในอันดับต้นๆ เมื่อมีการจัดอันดับด้วย Search Engine ซึ่งก็เป็นการเพิ่มโอกาสให้มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์คุณได้มากขึ้นอีกทาง หนึ่ง นอกจากนี้ เราควรสร้าง Feed Reader ของเราเองขึ้นมาด้วย เพราะเป็นหนทางที่จะทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกดึงข้อมูลไปปรากฏที่หน้าเว็บไซ ต์อื่น และเป็นการช่วยดึงข้อมูลจากเว็บไซต์อื่นมาที่เว็บไซต์คุณด้วย ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน เกิดเป็นข้อมูลที่มีความหลากหลาย อีกทั้งยังเป็นการช่วยนักการตลาดให้สามารถเปรียบเทียบข้อมูลของคู่แข่งได้ ง่ายขึ้น โดยสามารถรับข้อมูลของคู่แข่งได้อย่างทันท่วงที ไม่ต้องค้นหาหรือติดตามที่หน้าเว็บไซต์นั้นๆ เอง เป็นการเพิ่มข้อได้เปรียบให้กับการทำการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ [2]

7. ตัวอย่างบริษัทที่นำ RSS ไปใช้
Exteen.com เป็น Blog แห่งแรกในเมืองไทยที่นำ RSS มาใช้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ใช้บริการใน Blog มีความสะดวกในการอ่าน Blog มากยิ่งขึ้น ไม่ต้อง refresh หน้าเว็บใหม่ตลอดเวลา โดยสามารถลงโปรแกรม RSS Reader แล้ว Add Blog ของคนที่ชอบลงไปได้ ซึ่งถ้า Blog นั้นมีการอัพเดตข้อมูลใหม่ จะมีสัญลักษณ์เตือนขึ้นมาทันที การนำ RSS มาใช้ยังเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสในเรื่องของการซื้อโฆษณาให้มากขึ้น เนื่องจาก RSS ช่วยให้มีผู้เข้ามาใช้บริการมากขึ้น การซื้อพื้นที่โฆษณาบนเว็บจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย [2]

Thaisarn.com เป็นแหล่งรวบรวมข่าวสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ พัฒนาขึ้นโดยสำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ (สบทร.) ซึ่งการนำ RSS มาใช้นั้นสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ใช้ โดยสามารถอ่านข่าวได้เร็วยิ่งขึ้น ไม่ต้องเข้าไปอ่านข่าวจากเว็บต่างๆ หลายๆ เว็บ เพราะว่า Thaisarn.com ได้รวบรวมข่าวจากทุกสำนักข่าวไว้ให้แล้ว เพียงแค่ติดตั้งโปรแกรม RSS Reader หรือนำลิงค์ไปแปะบนหน้าเว็บของตัวเอง เมื่อมีข้อมูลใหม่เกิดขึ้น ข้อมูลก็จะวิ่งเข้ามาเอง โดยโปรแกรม Feed Reader หรือ RSS Reader ต่างๆ จะทำงานอย่างอัตโนมัติ อีกทั้งจะมีการเรียงรายชื่อข่าวมาให้ ทำให้สามารถเลือกอ่านข่าวได้ง่ายขึ้น จากสถิติการเข้าใช้เว็บไซต์ Thaisarn.com หลังจากนำ RSS มาใช้นั้น มีผู้เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นประมาณ 200 – 300 เปอร์เซ็นต์ เว็บมาสเตอร์ของ Thaisarn.com กล่าวว่า “RSS ไม่ได้เข้ามาช่วยในการสร้างรายได้โดยตรง แต่ RSS เป็นตัวช่วยสนับสนุนในการสร้างรายได้มากกว่า ทำให้ผู้ใช้บริการรู้สึกผูกพันกับเว็บไซต์มากขึ้น เพิ่มจำนวนผู้เข้าใช้บริการ ซึ่งนั่นก็เป็นการเพิ่มโอกาสของการที่จะมีคนมาซื้อพื้นที่ลงโฆษณาให้มากขึ้น ด้วย” [2]

เอกสารอ้างอิง
[1] กานดา รุณนะพงศา, ดร. 2549. เอ็กซ์เอ็มแอลคืออะไร. http://gotoknow.org/blog/krunapon/56889
[2] เพิ่มคนเข้าเว็บด้วย RSS. นิตยสาร e. commerce. September 2006. Vol.93
[3] วรุณ เกียรติดุริยกุล. 2548. กว่าจะเป็น RSS เช่นทุกวันนี้. http://www.jomyut.net/content/view/33/4/
[4] อาร์เอสเอส. 2549. http://th.wikipedia.org/wiki/RSS
[5] RSS คืออะไร? http://www.mousetak.com/th/rss/whatisrss.php
[6] RSS คือ อะไร ??. 2549. http://www.redtor.com/blog/?m=200605
[7] RSS คืออะไร. http://www.thaisarn.com/new/doc/faq_new.php?step=rss_intro
[8] RSS คืออะไร? http://www.thaisarn.com/th/doc_rss.php
[9] RSS” ศัพท์ใหม่ชวนฉงน อนาคตแห่งโลกเว็บ. 2547. http://www.positioningmag.com/07mediasurvey_02internet01.asp
[10] XML เพื่อการแลกเปลี่ยนข่าวสาร. http://www.thaisarn.com/th/doc_faq.php?step=xml_intro

 

------------------------------

 

อ่านกันตาบวมเลยอ่ะดิ

สาระ เน้น ๆ

เอ็นทรี หน้า ใครที่ใช้ Sony Ericsson เตรียมตัวให้ดี
เราจะมีวิธีที่ทำให้ มือถือ เป็นมากกว่ามือถือ

ปล. ขอแสดงความยินดี กับ พี่เก๋็ ที่คว้า เหรียญทอง โอลิมเปียกปิก ได้เป็นเหรียญแรกของไทย

ปล2. ขอแสดงความเสียใจกับนักกีฬาไทย หลาย ๆ คนที่พยายามแล้วแต่ไม่ได้เหรียญกลับมา (ไม่เป็นไร สู้ ๆ)

ปล3. สามแยกปากหมา สถานะ : 2ดีเจ ยังปวดตับ กับเรื่องรถ..ติดตามได้ที่นี่ ไม่มีรายการชั่วคราว (แต่มีเรื่องให้เม้าท์เยอะ)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แหม รุและ

ที่มานอัพบล็อค เรื่องนี้เองเหรอ

เพิ่งเห็นมานมีสาระก็วันน้แหละหว้าา

ขอให้มานรอดจากความมีสาระเถอะ

หุหุ
embarrassed sad smile

#1 By Games2532 (161.246.1.37) on 2008-08-14 12:01

อ่านไปประมาณสองข้อ ไม่อ่านล่ะ ไม่ไหวตาลาย
เสพสาระมากไปบ้าตายแน่ๆsad smile

ปล.ล่าสุดนนท์ บุญจำนง แพ้ไปแล้ว
แบตมินตันคู่ผสมคู่สุดท้ายของไทยก็แพ้อินโดนิเซีย
ฮือ......


สามแยกปาก"หมา!!!" ทิ้งเรื่องราวอันน่าปวดตับของคุณ